คำถามทั่วไป
Q : เว็บไซต์คืออะไร และเว็บไซต์ทำงานได้อย่างไร?
A : เว็บไซต์คือ ไฟล์ต่างๆของเว็บเพจที่รวบรวมเก็บไว้ โดยเว็บเพจอาจถูกเขียนอยู่ในรูปแบบ Html ซึ่งเราสามารถเห็นได้ในอินเตอร์เน็ต ผ่านทางเว็บเบราเซอร์ (เช่น Internet Exploer หรือ netscape) การที่เราสามารถเรียกดูข้อมูลเหล่านี้ได้ก็ด้วยบริการจาก "เว็บเซิร์ฟเวอร์" ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ นอกจากนั้นเว็บเซิฟร์เวอร์ ยังนำมาใช้ในการติดต่อสื่อสารด้วยอีเมล์ และการ FTP (File transfer protocal)
เซิร์ฟเวอร์ ที่ออนไลน์ตลอดเวลานี้จะมี IP adresse เป็นกลุ่มตัวเลขเช่น http://103.85.9.142/ เมื่อคุณจดทะเบียนชื่อโดเมน เว็บไซต์ของคุณจะชี้ไปที่ชื่อโดเมนเนมแทน (www.yourname.com) ทำให้ไม่ต้องจดจำหมายเลข IP และเมื่อมีการย้ายโอสต์ เพียงเปลี่ยนเลข IP ให้ชี้ไปที่ IP ใหม่ ก็สามารถเรียกใช้งานเว็บไซต์ได้เหมือนเดิม
Q : การมีเว็บไซต์ 1 เว็บไซต์จะต้องมีอะไรประกอบบ้าง
A : เว็บไซต์ 1 เว็บไซต์จะประกอบด้วยส่วนหลักๆ คือ
- Domain Name ชื่อเว็บไซต์ หาได้จากผู้ให้บริการจดโดเมนเนมที่มีอยู่ทั่วไป
- Hosting พื้นที่สำหรับเว็บไซต์ หาได้จากผู้ให้บริการเช่าโฮสทั่วไป
- Source Code หรือ ภาษาที่ใช้เขียนเพื่อประกอบขึ้นให้เป็นเว็บเพจ อาจจะเขียนด้วยภาษา html, php, asp, java เป็นต้น อาจจะเขียนเองหรืออาจจะจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์เขียนให้ก็ได้
Q : การใช้บริการ Domain Name กับ Hosting จำเป็นต้องใช้บริการจากที่เดียวกันหรือไม่
A : ขึ้นอยู่กับทางลูกค้าว่าจำเป็นมากแค่ไหน เพราะโดยปกติจะแยกกันคนละส่วนอยู่แล้ว และบางที่ก็จะมีบริการแค่ Hosting อย่างเดียว แต่การที่อยู่ที่เดียวกันจะทำให้การติดต่อเวลามีปัญหาได้สะดวกขึ้นเท่านั้นเองครับ
คำถามเกี่ยวกับโดเมนเนม
Q : โดเมนเนม คืออะไร
A : โดเมนเนม ก็คือ ชื่อของเว็บ (Web address) ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเข้ามาที่เว็บไซต์ของ Optimizeserver คุณกำลังเรียกดูข้อมูลที่ตั้งอยู่ที่ www. optimizeserver.com ซึ่ง 'optimizeserver.com' คือ โดเมนเนม ซึ่ง Optimizeserverได้จดทะเบียนโดเมนเนมไว้
Q : การจดทะเบียนโดเมนเนม คืออะไร
A : การจะได้เป็นเจ้าของ โดเมนเนม นั้น คุณต้อง จดทะเบียนโดเมนเนม ก่อนโดยจดกับผู้ให้บริการ โดเมนเนม (Domain Registrar โดยผู้ให้บริการ จดโดเมนเนม ซึ่งเมื่อคุณ จดทะเบียนโดเมนเนม และมีเลข IP ของโฮส คุณก็จะสามารถเรียกใช้งาน โดเมน ในชื่อของคุณ (http://www.yourname.com)
Q : IP Address หรือ หมายเลข IP คืออะไร
A : IP หรือ Internet Protocal IP Address คือรหัสตัวเลขที่กำหนดขึ้น เพื่อใช้อ้างถึงที่อยู่ของ Host และ Network ตัวเลขเหล่านี้จะไม่ซ้ำกัน (unique numeric) ซึ่งมีมาตรฐานในการกำหนด และเป็นที่รู้จักทั่วโลก เช่น 198.41.0.52. เป็นหมายเลข IP สำหรับกลุ่มเครือข่ายในอเมริกา
Q : กฏเกณฑ์การใช้ โดเมนเนม มีอะไรบ้าง
A : คุณสามารถ จดทะเบียนโดเมนเนม โดยใช้ตัวอักษร a-z , 0-9 และเครื่องหมาย - โดยต้องไม่ขึ้นต้นหรือลงท้ายด้วยเครื่องหมาย - และต้องไม่มี Space และต้องจด โดเมนเนม อย่างน้อย 2 ตัวอักษร
Q : จดทะเบียน โดเมนเนม เป็นตัวเลขทั้งหมด ได้หรือไม่
A : ได้ เช่น 777.com แต่ต้องมี 3 ตัวขึ้นไป
Q : จะทราบได้อย่างไรว่า โดเมนเนม ที่เราจดทะเบียน กับผู้ให้บริการ จดโดเมน นั้นเราได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ อย่างแท้จริง
A : การตรวจสอบสิทธิในการเป็นเจ้าของ โดเมนนั้น ดูได้จาก Whois และสิ่งที่สำคัญคือ ความสามารถในการจัดการ โดเมนเนม ซึ่งเป็นการแก้ไขข้อมูล โดเมนเนม กับฐานข้อมูลของ Registrar โดยตรง ซึ่งตัวแทน จดโดเมนเนม ของ registrar จะให้ User/ password ในการ manage โดเมนเนม แก่คุณ ในการเลือกผู้ให้บริการ จึงต้องระมัดระวัง โดยเลือกจด โดเมนเนม กับ registrar/ ผู้แทนจำหน่ายของ Registrar เท่านั้น โดย ผู้ให้บริการบางรายสามารถขาย ซึ่งมักไม่มีระบบนี้
Q : ประเภทของ โดเมนเนม ที่ Optimizeserver ให้บริการ จดทะเบียนโดเมน มีอะไรบ้าง
A : เราบริการ จดทะเบียน โดเมนเนม
.com .net, .org, biz, info สำหรับธุรกิจ, ผู้ให้บริการเครือข่ายหรือบุคคลทั่วไป และ
.co.th สำหรับองค์กรเอกชน
.in.th สำหรับองค์กร หรือบุคคลทั่วไป
.ac.th สำหรับสถาบันการศึกษา
.or.th องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร
Q : ค่าบริการ จดทะเบียน โดเมน แต่ละประเภทเท่าไร
A : ค่าบริการขึ้นอยู่กับว่า จดทะเบียนโดเมน แต่ละประเภท และสามารถเลือกได้ตามแพ็คเกตที่คุณต้องการ
Q : เอกสารที่ใช้ในการ จดทะเบียนโดเมน มีอะไรบ้าง
A : มีดังนี้
- จดโดเมนเนม .com .net .org ไม่ต้องใช้เอกสารใด ซึ่งคุณสามารถ จดทะเบียนโดเมนเนม แบบ online ได้ที่นี่ หรือ พิมพ์ แบบฟอร์มการจดทะเบียนได้ที่นี่ค่ะ
- .co.th .in.th .or.th .ac.th ใช้เอกสารดังนี้
จดทะเบียนโดเมนเนม .co.th
- ทะเบียนบริษัท (ท.ค.0401) หรือ
- หนังสือรับรองบริษัท/ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ
- ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หรือ
- ใบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 09) หรือ
- ทะเบียนประกอบธุรกิจของบริษัทในประเทศไทย
จดทะเบียนโดเมนเนม .in.th
- สำหรับองค์กร ใช้เอกสารเหมือนกับ .co.th
- สำหรับส่วนบุคคล ใช้บัตรประชาชน, ใบอนุญาติขับขี่ หรือ Passport (มีลายเซนต์รับรองเอกสาร)
จดทะเบียนโดเมนเนม .ac.th, .or.th
- หนังสือจดทะเบียน สถาบันการศึกษา หรือองค์กร
Q : ใช้เวลานานเท่าไร โดเมนเนม ที่จดใหม่หรือการย้าย โดเมน จะเป็นที่รู้จักในอินเตอร์เน็ต
A : สำหรับ .com, .net, .org ใช้เวลาประมาณ 12-24 ชั่วโมงหรืออาจถึง 48 ชั่วโมง สำหรับ .co.th ,.in.th, .or.th ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง
Q : โดเมนเนมพาร์คกิ้ง / Domain Parking คืออะไร
A : Park โดเมนเนม คือการทำให ้ โดเมนเนม ของเราชี้ไปที่ โดเมนเนม จริงๆ ของเรา เช่น www.mydomain.com โดยเราไม่จำเป็นต้องใช้ disk space หรือมี web hosting เลย
ในการ จดทะเบียนโดเมนเนม คุณจะต้องมี DNS (domain name server) หรือ โดเมนเนม เซิฟท์เวอร์ เพื่อแสดงที่ตั้งของ Web server เมื่อคุณ จดทะเบียนโดเมนเนม กับ ecomsiam.com และยังไม่มีการเช่าพื้นที่ Web hosting เราได้บริการ Parking โดเมนเนม ชี้ โดเมนเนม ของคุณเข้ากับ DNS ของ optimizeserver.com ซึ่งอนุญาติให้คุณใช้ โดเมนเนม Forwarding (URL forwarding) ได้ด้วย
Q : Optimizeser มีบริการ park โดเมนเนม ไหม
A : สำหรับจดทะเบียน .com, .net หรือ .org หากคุณยังไม่มี web host เราบริการ parking โดเมนเนม ให้ฟรี ซึ่งคุณสามารถใช้ url forwording ได้ด้วย
Q : จะนำ โดเมนเนม ที่จดทะเบียน ไปใช้งานกับเว็บไซต์ได้อย่างไร
A : คุณอาจเลือกใช้บริการเช่าพื้นที่เว็บไซต์ (Web hosting) จากผู้ให้บริการ Web hosting จากนั้นกำหนดให้ โดเมนเนม ของคุณชี้มาที่ IP Address (หรือ DNS - Domain name server) เว็บไซต์ของคุณจึงจะใช้ได้
Q : จะเปลี่ยน หรือแก้ไข ข้อมูลการ จดทะเบียนโดเมนเนม ได้อย่างไร
A : หากคุณต้องการแก้ไขรายละเอียดของ โดเมนเนม เช่น สถานที่ติดต่อ หรือ อีเมล์ ของ Technical contact / Administrative contact หรือ DNS โดยระบบ จัดการ โดเมน (manage domain) ซึ่งเป็นการแก้ไขข้อมูล โดยตรงกับ ฐานข้อมูลของ Registrar โดยใช้ user /password ที่ Ecomsiam.com แจ้งให้กับท่านผ่านทาง อีเมล์ เมื่อท่าน จดทะเบียน โดเมนเนม โดยการแก้ไขดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 15-24 ชม. จึงจะเป็นที่รู้จักทั่วไปในอินเตอร์เน็ต
แก้ไขโดเมนเนม .com, .net, .org, .biz ท่านสามารถแก้ไขได้โดยตรงกับฐานข้อมูลของ registrar โดยคลิ๊กที่นี่ http://domain.optimizeserver.com/ หรือตรวจสอบข้อมูลการ จดทะเบียนโดเมน ได้ที่ http://www.optimizeserver.com/domain.asp
แก้ไขโดเมนเนม .co.th, .ac.th, .in.th, .or.th กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่
Q : เคยได้ยินมาว่า โดเมนเนม มีส่วนช่วยให้อันดับในการถูกค้นหาโดย Search engine หรือไม่ หากเป็นจริง จะทำอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์ จาก โดเมนเนม
A : เป็นความจริงส่วนหนึ่งสำหรับ โดเมนเนม ที่ตรงกับข้อความ ที่ถูกค้นหาใน Search engine โดยส่วนใหญ่แล้ว โดเมนเนม ที่คุณจดทะเบียน จึงควรมีคำที่คุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณถูกค้นพบจาก Search engine
Q : จะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ได้ ต่ออายุ โดเมนเนม ภายในเวลาที่กำหนด ทำให้ โดเมนเนม หมดอายุ
A : หากคุณไม่ได้ ต่ออายุ โดเมนเนม ทำให ้ โดเมนเนม หมดอายุลง ซึ่งมีผลก็คือ คุณจะเสียสิทธิ ในการถือครอง โดเมนเนม นั้น และไม่สามารถทำอะไรกับ โดเมนเนมนั้น (เช่น ย้าย, แก้ไข โดเมนเนม) โดยระบบจะมีการจองโดเมน (Hold domain name) ไว้ประมาณ 60 วัน ซึ่งคุณสามารถ ต่ออายุ โดเมน เนม ภายใน 60 วันนี้ โดยต้องต่ออายุโดเมนเนม กับผู้ให้บริการจด โดเมนเนม รายเดิม
เมื่อต่ออายุ โดเมนเนม ก็จะใช้งานได้ต่อ ไป หากเกินกำหนด 60 วันแล้ว ไม่มีการต่ออาย ุโดเมนเนม จะถูกปล่อยการจอง และใครก็ได้สามารถจะ จดทะเบียน โดเมนเนม นั้น
Q : เคยมี web hosting อยู่แล้วกับที่อื่น แต่เพิ่งจะสั่งซื้อ web hosting กับ Optimizeserver ผมจะย้ายโดเมนเนม มาชี้ที่ server ใหม่นี้ได้อย่างไร
A : ต้องแก้ไขข้อมูล โดเมนเนม ใน domain name registration record ที่ได้จดทะเบียนไว้ โดยแก้ไข nameservers เป็น ของ optimizeserver.com
ns1.optimizeserver.com
ns2.optimizeserver.com
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าได้ จดทะเบียน โดเมนเนม กับบริษัทใด ซึ่งมักจะมีหน้าจอให้เข้าไปแก้ไขข้อมูล ถ้าต้องการความช่วยเหลือโปรดแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ เรายินดีให้บริการท่านอย่างเต็มที่
Q : ต้องการย้ายบริการโดเมนเนมจากที่อื่นมาใช้ของบริการ Opimizeserver สามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร
A : สามารถทำได้ โดยแจ้งความจำนงการย้ายโดเมนเนมแก่เจ้าหน้าที่ Optimizeserver ได้ทันที
แต่การย้ายโดเมนเนมมีข้อกำหนดของการย้ายดังต่อไปนี้
1. ต้องเป็นโดเมนเนมที่ยังไม่หมดอายุ
2. ต้องเป็นโดเมนเนมที่จดมาแล้วระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน
3. ต้องแจ้งย้ายก่อนโดเมนเนมจะหมดอายุไม่ต่ำกว่า 1 เดือน
4. การย้ายโดเมนเมนจะถือเป็นการต่ออายุโดเมนเนม (renewal) โดยปริยาย ดังนั้น อายุโดเมนเนมจะเพิ่มขึ้นอีกจากเดิมตามจำนวนปีที่ลูกค้าต้องการ
5. ราคาการย้ายโดเมนเนมจะเท่ากับราคาการจดโดเมนเมนใหม่ และไม่เสียค่าใช้จ่ายการย้าย
Q : จะแน่ใจได้อย่างไรว่าโดเมนเนม จะไม่ได้ถูกขโมยและมีความปลอดภัย
A : ในการรักษาความปลอดภัยของโดเมนเนม ท่านสามารถใช้ password ที่จำยาก ๆ (ควรใช้ passwords เป็นตัวเลขร่วมกับตัวอักษร ) และควรจำ password ของคุณด้วย และอีเมล์ของ Administrative contact ควรใช้งานได้ (active) และอีกวิธี เพื่อความปลอดภัยของโดเมนคุณควรทำการ ‘Registrar-Lock’
Q : Registrar-Lock คืออะไร
A : Registrar-Lock เป็นสถานะโดเมนเนมที่สามารถใช้ได้ แต่ไม่สามารถถูกย้ายจากผู้จดทะเบียนหนึ่งถึงผู้ให้บริการโดเมนรายอื่นได้
Q : เมื่อโดเมนหมดอายุ หรือ domain name ‘expire’ จะต้องทำอย่างไร
A : โดเมนเนมที่หมดอายุลง ดูรายละเอียดได้ที่ Whois ซึ่งท่านจะต้องต่ออายุโดเมนเนม ภายในประมาณ 45 วัน (หลังจากนั้นโดเมนจะถูกปล่อย) ซึ่งหลังจากนั้นบาง Registar อาจให้ท่านจ่ายค่า ต่ออายุโดเมนราคาสูง (ประมาณ 200$) อีก 30 วัน ถ้าโดเมนเนมไม่ได้ถูกต่ออายุในระหว่างเวลาที่กำหนด โดเมนจะถูกลบภายใน 6 วัน สำหรับโดเมน .com/.net และ 5 วันสำหรับโดเมน .org
Q : ต้องการเป็นเจ้าของโดเมนเนม จะต้องทำอย่างไรบ้าง
A : ตรวจสอบชื่อโดเมนที่ WHOIS และติดต่อ ผู้ให้บริการจดโดเมนเนม โดยทาง อีเมล์/โทรศัพท์/แฟกซ์ เพื่อซื้อโดเมนเนม อีกทางเลือกหนึ่ง ก็คือใช้โดเมนเนมที่ไม่มีการต่ออายุ และท่านสามารถใช้บริการอีกครั้ง เมื่อโดเมนเนมหมดอายุลง
Q : จะหาชื่อโดเมนเนมที่ดีๆ ได้อย่างไร
A : วิธีหนึ่งที่นิยมในการตรวจสอบและค้นหา โดเมนเนมที่หมดอายุแล้ว โดยคุณสามารถตรวจสอบฟรีได้ที่ http://www.deleteddomains.com อีกวิธีที่หนึ่งนิยมคือไปตรวจสอบชื่อโดเมน กับผู้จดโดเมนเนม
Q : จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะเลือกใช้โดเมนเนมชื่ออะไร และเป็นประเภทไหน
A : การจดทะเบียนโดเมนเนม ของ Web site (Domain Registration) มีดังนี้
การเลือกใช้ชื่อมีความสำคัญอย่างมาก โดเมนเนม ที่ดีควร "มีความหมาย - สั้น - จดจำได้ง่าย - สะกดผิดได้ยาก" ในแต่ละเดือนมีผู้ จดโดเมนเนม มากกว่าแสนชื่อ และมีผู้ จดทะเบียนโดเมนเนม ไปแล้วกว่าสิบล้านชื่อ หากคุณนึก โดเมนเนม ดีๆได้แล้ว ควร จดทะเบียน โดเมนเนม ไว้ก่อนที่ โดเมนเนม ดีๆ กำลังจะหมดไป....
หลักเกณฑ์ในการตั้ง โดเมนเนม หรือ โดเมน .com .net .org .info .biz :
คุณสามารถ จดทะเบียนโดเมนเนม โดยใช้ตัวอักษร a-z , 0-9 และเครื่องหมาย - โดยต้องไม่ขึ้นต้นหรือลงท้ายด้วยเครื่องหมาย - และต้องไม่มี Space และต้องจด โดเมนเนม อย่างน้อย 2 ตัวอักษร
หลักเกณฑ์ในการตั้ง โดเมน หรือ โดเมนเนม .ac.th หรือ .co.th
โดเมนเนม จะต้องประกอบด้วยอักษรหรือตัวเลข (a-z, 0-9) อย่างน้อย 2 ตัว แต่ไม่เกิน 24 ตัว โดเมนเนม สามารถมีตัวอักษรพิเศษ คือ ยัติภังค์ (เครื่องหมายขีดสั้น ๆ ที่ใช้เชื่อมคำผสมหรืออื่น ๆ (-)) แต่ต้องไม่ใช้ในตอนเริ่มต้นหรือลงท้ายของ โดเมนเนม นอกจากนี้ โดเมนเนมที่เลือกนั้น จะต้องเหมือนกับชื่อเต็ม หรือชื่อย่อที่ใช้จดทะเบียนองค์กรมากที่สุด (โดยไม่นำคำหรือตัวอักษรอื่นนอกจากที่ปรากฎ ในชื่อบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาใช้ร่วมอยู่ใน โดเมนเนม )
ท่านสามารถ จดทะเบียน โดเมนเนม .com .net .biz .org .info
โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ โดยสามารถ จดทะเบียนโดเมนเนม กี่โดเมนเนมก็ได้ค่ะ ค่าใช้จ่าย 350 บ.ต่อ 1 ปี
ท่านสามารถ จดทะเบียน โดเมนเนม .th ภายใต้หมวดหมู่ ดังนี้
ท่าน สามารถ จดทะเบียนโดเมนเนม ได้ตามเงื่อนไขดังนี้ค่ะ หากตรงตามเงื่อนไขดังกล่าว รบกวนท่านส่งเอกสารตามเงื่อนไขข้างล่างนี้ มาทาง Fax 02-933-0105
co.th จดทะเบียนโดเมนเนม สำหรับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน
ผู้จด โดเมนเนม ภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
การ จดทะเบียน โดเมน ภายใต้ ".co.th" ของแต่ละ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามารถกระทำได้เพียง 1 ชื่อ โดยชื่อที่ จดโดเมน ได้นอกเหนือจาก ชื่อ/ชื่อย่อ/ส่วนหนึ่งส่วนใดของชื่อบริษัท
หรือจะต้องเป็นการค้า (Trademark) ที่มีการจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดเมนเนม จำเป็นต้องตรงกับ เครื่องหมายการค้า/เครื่องหมายบริการทุกตัวอักษร
โดเมนเนมที่จดทะเบียนจะต้องไม่เป็น ชื่อประเทศไทย เดี่ยวๆ เช่น thailand.co.th หรือชื่อจังหวัด เช่น bangkok.co.th เป็นต้น
การจดทะเบียน โดเมน ที่เป็นชื่อ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องเป็นชื่อเต็ม/ชื่อย่อ/ส่วนหนึ่งส่วนใดของชื่อ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด นั้น ๆ และต้องแสดงหลักฐานการจัดตั้ง บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
- ทะเบียนบริษัท (ท.ค.0401)
- หนังสือรับรองบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)
- ใบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09)
- ทะเบียนประกอบธุรกิจของบริษัทต่างด้าวในประเทศไทย (ท.ค.0506)
และการขอจดทะเบียน โดเมน ที่เป็นชื่อขององค์กรนี้จะสามารถขอได้เพียง หนึ่งชื่อต่อหนึ่งองค์กรเท่านั้น
การจดทะเบียน โดเนม เป็นชื่อเครื่องหมายการค้า (trademark) ต้องแสดงหลักฐานดังนี้
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายบริการ กรณีจดทะเบียนชื่อตามเครื่องหมายการค้า/เครื่องหมายบริการ
.in.th จดทะเบียนโดเมนเนม สำหรับหน่วยงานทุกประเภท และบุคคลทั่วไป
หลักฐานสำหรับการ จดทะเบียนโดเมนเนม
สำหรับองค์กร ใช้เอกสารการจัดตั้งองค์กร ที่ออกโดยทางราชการ
สำหรับบุคคลทั่วไป ใช้บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือ หนังสืออนุญาตทำงานในประเทศไทย
เอกสารทั้งหมดต้องมีลายเซ็นต์ของ Administrative Contact กำกับมาบนเอกสาร
โดเมนเนมที่จดทะเบียนจะต้องไม่เป็น ชื่อประเทศไทย เดี่ยวๆ เช่น thailand.in.th หรือชื่อจังหวัด เช่น bangkok.in.th เป็นต้น
.ac.th จดทะเบียนโดเมนเนม สำหรับสถาบันการศึกษา
ผู้สมัครขอลงทะเบียน โดเมนเนม ภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษา ที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยจะจดทะเบียนโดเเมนเนม .ac.th ได้เพียง 1 ชื่อต่อ 1 องค์กร และชื่อที่ จดโดเมน ต้องเป็นชื่อเต็ม/ชื่อย่อ/ส่วนหนึ่งส่วนใดของชื่อสถาบันการศึกษา
เอกสารที่ใช้ ในการ จดทะเบียนโดเมนเนม คือ หนังสือรับรองการจัดตั้งสถาบันศึกษา ซึ่งระบุชื่อสถานศึกษา สถานที่ตั้ง สังกัด และมีลายเซนต์ของผู้อำนวยการสถานศึกษานั้นๆ
โดเมนเนมที่จดทะเบียนจะต้องไม่เป็น ชื่อประเทศไทย เดี่ยวๆ เช่น thailand.ac.th หรือชื่อจังหวัด เช่น bangkok.ac.th เป็นต้น ตัวอย่างเอกสาร จดโดเมนเนม .ac.th
.or.th จดทะเบียนโดเมนเนม สำหรับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร
ผู้จดทะเบียน โดเมนเนม ภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กร สมาคม มูลนิธิ เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียน โดเมนเนม คือ หนังสือจัดตั้งองค์กร เช่น หนังสือจัดตั้งสมาคม หรือ หนังสือจัดตั้งมูลนิธิ
กรณีที่ไม่สามารถแสดงหนังสือจัดตั้งองค์กรได้นั้น รบกวนแสดงหนังสือซึ่งประกอบด้วย ประธาน, คณะกรรมการ, จุดประสงค์ที่เด่นชัด, ที่อยู่ที่แน่นอน และมีหน่วยงานที่เป็นที่รู้จักรับรองว่ามีหน่วยงานของท่านอยู่จริง
โดยโดเมนเนมที่จดทะเบียนจะต้องไม่เป็น ชื่อประเทศไทย เดี่ยวๆ เช่น thailand.or.th หรือชื่อจังหวัด เช่น bangkok.or.th เป็นต้น
คำถามเกี่ยวกับโฮส
Q : เว็บโฮสต์ (Web hosting) คืออะไร
A : Web hosting คือพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูล เช่น HTML,รูปภาพ หรือ โปรแกรมต่างๆ ไว้ที่ "เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา (24 ชั่วโมง/ 7 วัน) Web Hosting" ทำหน้าที่ ในการแผยแพร่เว็บเพจของเราออกสู่ internet ให้ผู้อื่นเข้าชมได้ โดย Web Hosting จะเชื่อมต่อกับ Internet ตลอดเวลาเพื่อให้บริการเมื่อมีการเรียก ข้อมูลของ Web Site ที่จัดเก็บอยู่ นอกจากนี้ยังให้บริการ การใช้งานอีเมล์ หรือ Script ต่างๆ เป็นต้น
Q : "Virtual web hosting " คืออะไร
A : การที่เรามีเว็บไซต์ซึ่งมีการเชื่อมต่อและเป็นที่รู้จักบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์จะต้องตั้งอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั้งเป็นเซิฟท์เวอร์ ซึ่งเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต (World Wide Web server). ซึ่งจะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด Virtual Web Hosting เป็นการนำเว็บเซิฟท์เวอร์ที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานเป็นเว็บเซิฟท์เวอร์ของหลายๆ เว็บไซต์พร้อมๆ กัน โดยเสมือนมีเว็บเซิฟท์เวอร์ของตัวเอง
Virtual Domain หมายถึง โดเมนเนมของคุณเอง (http://www.yourname.com) ซึ่งใช้ในการอ้างถึง Server แทนหมายเลข IP address ซึ่งจดจำยาก โดยชื่อนี้ใช้ในการเรียกเพื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์ และที่อยู่ในการรับ-ส่งอีเมล์ (เช่น yourname@yourname.com)
Q : ข้อควรพิจารณาในการเลือกเซิร์ฟเวอร์ หรือ Web hosting มีอะไรบ้าง
A : การเลือก Web Hosting มีสิ่งสำคัญที่เจ้าของ Web Site ควรพิจารณาดังนี้
ขนาดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล ต้องพอเพียงกับข้อมูลของ Web Site และ Email
ความเร็วในการรับส่งข้อมูล Web Hosting ที่ดีต้องมีความสามารถในการส่งข้อมูลได้รวดเร็ว โดยลักษณะการเชื่อมต่อ Web Hosting เข้ากับ Internet ต้องใช้เทคโนโลยีที่มีความเร็วสูง ซึ่งควรมีความเร็วรองรับการใช้งานกับทั้ง ในประเทศและ ต่างประเทศ
ปริมาณข้อมูลที่รับส่งได้ (Bandwidth) ปริมาณข้อมูลที่มีการรับส่งกับ Web Hosting มีมากน้อยเพียงใด
จำนวน e-mail ที่สามารถใช้ได้ เพื่อให้เจ้าของ Web Site สามารถกำหนด Email ในการติดต่องานต่างๆแยกจากกันเช่น ติดต่อข้อมูลใช้ admin@optimizeserver.com ติดต่อกับฝ่ายขายใช้ sales@ optimizeserver.com เป็นต้น
รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ เช่น CGI, Pearl การสนับสนุนการใช้งานฐานข้อมูลต่างๆ เช่น SQL Server, ASP หรือ PHP ,ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลแบบ SSL (Secure Socket Layer) ในกรณีเว็บไซต์อีคอมเมอร์ส
ระบบ Backup ข้อมูล Web Hosting ที่ดีควรมีระบบสำรองข้อมูล(Backup) รายวัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจนข้อมูลของ Web Site สูญหาย
ราคาหรือค่าบริการ อัตราค่าบริการที่ Web Hosting เรียกเก็บเป็นรายเดือนจะขึ้นอยู่กับความสามารถของที่ต้องการ โดยทั่วไปผู้ให้บริการ Web Hosting จะมีบริการให้เลือกหลายรูปแบบ บางรายจะเรียกเก็บค่า Setup หรือค่าแรกเข้าเมื่อเริ่มใช้บริการ
Q : คอนโทรลพาเนล (Control panel)คืออะไร
A : คอนโทรลพาเนล ของ Web hosting เป็นระบบอัตโนมัติที่ช่วยให้ผู้ใช้ในการจัดการ ข้อมูลต่างๆ เช่น user password, email account , FTP เป็นต้น
Q : สามารถ Forward อีเมล์ไปยังอีเมล์อื่นได้หรือไม่
A : หากคุณมีอีเมล์ที่ใช้งานอยู่ก่อนแล้ว และยังต้องการใช้ชื่ออีเมล์เดิมอยู่ คุณสามารถ forward อีเมล์ทั้งหมดให้ส่งไปถึงอีเมล์เดิมได้
Q : จะย้ายเว็บไซต์มาอยู่กับ Web Hosting ของ Optimizeserver ได้อย่างไร
A : มีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: โทรหาเราเพื่อแจ้งการเช่า Web Hosting
ขั้นตอนที่ 2: เราจะ set up ทะเบียนชื่อลูกค้าหรือ account , user, password และ IP address ให้กับคุณ
ขั้นตอนที่ 3: ย้ายข้อมูลของเว็บไซต์ เช่นรูปภาพ, html มาที่โฮสต์ใหม่ และทดสอบการใช้งานผ่าน IP address เพื่อดูว่าเว็บเพจของเราแสดงผลได้อย่างถูกต้องหรือไม่
ขั้นตอนที่ 4 : อีเมล์แจ้งการย้ายโดเมน (domain name transfer) แจ้งไปที่ผู้ที่จดทะเบียนชื่อโดเมนให้กับคุณ ให้แก้ไขข้อมูลการจดทะเบียนให้กับคุณ มาใช้ optimizeserver.com nameservers (DNS) ที่ Optimizeserver ได้แจ้งให้คุณทราบ
ขั้นตอนที่ 5: เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลการ จดทะเบียนโดเมนเนม จะมีอีเมล์มาถึงคุณ เพื่อให้คุณตรวจสอบความถูกต้อง (verify the transfer) หลังจากนั้นผู้จดทะเบียนจะทำการชี้ โดเมนเนม หรือ point domain name ของคุณมาที่ชื่อเซิฟท์เวอร์ของเรา จากนั้นคุณก็จะสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้ตามปกติ
Q : มีบริการ file transfer (FTP) ให้ และ FTP แบบ Anonymous หรือเปล่า
A : มีทั้ง 2 แบบ
Q : มีข้อจำกัดเรื่องบริการ file transfer (FTP) หรือเปล่า
A : ไม่มีข้อจำกัด คุณสามารถ update ได้โดยไม่มีข้อจำกัดจำนวนครั้ง และได้ตลอดเวลา
Q : มีวิธีในการเข้าจัดการ E-mail account เช่น add, update, remove ได้อย่างไร
A : คุณสามารถเพิ่มเติมรายชื่ออีเมล์ หรือลบรายชื่ออีเมล์ โดยระบบ Control panel โดยใช้ Add Mail
Q : จะสร้าง E-mail account ได้อย่างไร
A : หลังจากที่เข้า control panel แล้วให้ click ที่ "add/remove" E-mail accounts
Q : ทำไม E-mail ใน Outlook ยังใช้งานไม่ได้หลังจาก add E-mail account เข้าไปแล้ว
A : แน่ใจนะคะว่าคุณได้ตรวจสอบแล้วถึงการ set up ใช้งาน email หากไม่แน่ใจ
[ คลิ๊กเรียกดูวิธีใช้งาน/setup อีเมล์ได้ที่นี่ค่ะ]
Q : เรียกใช้งาน webmail ได้อย่างไร
A : โดยใช้ http://mail.yourdomain.com/
คำถามเกี่ยวกับ Domain Reseller
Q : ทำไมต้องใช้บริการ Domain Reseller จาก Optimizeserver
A : เพราะ Reseller ของ Optimizeserver มีสิทธิพิเศษมากมาย ดังต่อไปนี้
ขอเสนอสิ่งที่ดีที่สุดด้วยราคาขายส่ง ราคาถูกที่สุดในไทย โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือ ค่าธรรมเนียมสมาชิก โดยมีระบบ Control Panel สำหรับการจดทะเบียนโดเมนเนมด้วยตัวท่านเอง
โดยไม่ผ่านหน้าเว็บของบริษัทเรา ซึ่งจะทำให้ท่านเป็นผู้ให้บริการทางด้านโดเมนให้กับลูกค้าของท่านเอง
ได้อย่าง 100% และสามารถจดโดเมนได้เองตลอด 24 ชั่วโมง
Q : ทำไมถึงต้องเหมาจ่ายต่อครั้งในการขอจดเป็น Reseller และมีอายุการเหมาจ่ายต่อครั้งหรือเปล่า
A : การเหมาจ่ายต่อครั้งจะทำให้รู้ว่า ท่านเป็น Reseller ระดับใด และโดเมนเนมที่ท่านสามารถจดได้จะราคาเท่าไรต่อโดเมนซึ่งตามจำนวนโดเมนเนมก็จะมีจำนวนตาม Package ที่ท่านเลือก และท่านสามารถจดโดนเมนเมนได้จนกว่าจำนวนโดเมนเนมตาม Package ที่ได้เหมาจ่ายเราไว้จะหมด โดยไม่มีระยะเวลากำหนด
Q : หากจดโดนเมนเนมตาม Package ที่ได้เหมาจ่ายเอาไว้ยังไม่หมด แต่ต้องการที่จะเปลี่ยนไปเป็น Reseller ระดับอื่นได้หรือไม่
A : ได้ไม่มีปัญหา โดยโดเมนเนมที่ยังไม่หมดทางเราจะคิดเป็นมูลค่าเงินคงเหลือตาม Package ที่ท่านเลือก และจะนำไปรวมกับจำนวนเงินเหมาจ่ายที่ท่านจะจ่ายใน Package ที่เลือกใหม่ ตัวอย่างเช่น
- Package เดิมของท่านคือ Silver จำนวน 20 โดเมนเนม เหมาจ่าย 6,000 บาท คิดเป็นโดเมนเนมละ 300 บาท และท่านจดไปแล้ว 18 โดเมนเมน ยังเหลืออีก 2 โดเมนเนม ทางเราจะคิดเป็นมูลค่าเงิน 2 x 300 = 600 บาท
- Package ใหม่ที่ท่านเลือกคือ Platinum จำนวน 50 โดเมนเนม เหมาจ่าย 13,750 บาท คิดเป็นโดเมนเนมละ 275 บาท
ทางเราจะนำจำนวนเงินที่เหลือจาก Package เก่าของท่านมารวมอีก 600 บาท ท่านก็จะมีจำนวนเงินคงเหลือ 13,750 + 300 = 14,050 โดยที่ท่านสามารถจดได้ถึง 51 โดเมนเนม คิดเป็นโดเมนละ 275 บาท และหากจดจนหมด 51 โดเมนเนมแล้วก็ยังคงเหลือเงินอีก 25 บาท ทางเราจะนำไปเพิ่มให้ท่านใน Package ถัดไปที่เลือก
Q : หาก Reseller ต้องการที่จะจดโดเมนเมนให้ลูกค้า จะต้องแจ้งให้ทาง Optimizeserver ทราบหรือไม่อย่างไร
A : ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ เพราะให้สิทธิ์ในการจดโดเมนเมนแก่ Reseller สามารถทำการจดเอง โดยผ่านระบบ Control Panel สำหรับโดเมนเนม ได้โดยที่ไม่ต้องผ่านทาง Optimizeserver ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ตกลงเป็น Reseller แล้ว ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ทาง Optimizeserver ทราบ เว้นแต่จะติดปัญหาทางเทคนิค เช่น การย้ายโดเมนเนม เป็นต้น
Q : หากต้องการย้ายโดเมนเมนของลูกค้าจากที่อื่นมาจะต้องทำอย่างไร
A : การย้ายโดเมนเนมจากที่อื่นเป็นกรณีเฉพาะที่จะต้องติดต่อทางเจ้าหน้าที่ของ Optimizeserver ให้ทำการย้ายให้ แต่ Reseller ต้องไม่ลืมข้อกำหนดในการย้ายโดเมนโดยสามารถเข้าไปอ่านได้จาก หัวข้อการย้ายโดเมน
คำถามเกี่ยวกับ Host Reseller
Q : ทำไมต้องใช้บริการ Reseller จาก Optimizeserver
A : ที่ Optimizeserver เราให้อิสระแก่คุณหรือทีมของคุณ ในการทำการตลาด, การติดต่อกับลูกค้า, การออกแบบ เพียงคุณย้ายโฮสต์มาอยู่กับเรา เราจะดูแลให้ในเรื่องเทคนิค ส่วนคุณดูแลในส่วนของลูกค้า
Q : ผมสามารถขายโฮสต์ได้โดยลูกค้าไม่ทราบว่า ผมเป็น Reseller ของ Optimizeserver ได้หรือไม่?
A : ได้แน่นอนค่ะ (Sure! 100%) ลูกค้าของคุณไม่มีทางทราบว่าคุณเป็น Reseller ของ Optimizeserver เพราะที่นี่ เราให้คุณมี Virtual Domain Name Server ของคุณเอง (NS.yourdomain.com)
* Virturl Name Server(DNS) เป็นบริการพิเศษที่จะได้รับเฉพาะผู้เป็น Reseller เท่านั้น โดย DNS ที่ได้รับจะเป็นชื่อ Domain ของ Reseller เอง เช่น Reseller ใช้ Domain name "108studio.com" เมื่อใช้งาน DNS จะได้รับ DNS ในชื่อ "ns1.108studio.com " IP Address 221.128.125.79 และ ns1.108studio.com IP Address 221.128.125.79 " เมื่อ Reseller นำ DNS ที่ได้ไป Set ให้กับ Domain ของลูกค้าและของ Reseller เองจะทำให้เสมือน Reseller เป็นเจ้าของ Host เองไม่ได้อยู่ภายใต้ Optimizeserver Reseller
รู้จัก DNS Name Server
การใช้ โดเมนเนม หรือชื่อบนอินเทอร์เน็ต เป็นการง่ายต่อการจดจำมากกว่าการใช้ตัวเลขสำหรับคนทั่วไป แต่ในขณะที่การติดต่อระหว่างเครื่อง จะใช้ตัวเลข IP เช่น 205.211.0.1 เพราะตัวเลขไม่จำเป็นต้องแปลงเป็นข้อมูลอีก สามารถประมวลผลได้เลย จึงต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่แปลงจากชื่อ เป็นตัวเลข IP สำหรับโดเมนเนม หนึ่ง ๆ
ซึ่งเครื่องเหล่านี้จะได้รับการติดตั้งให้ทำหน้าที่แปลชื่อสำหรับ โดเมนเนม นั้น ๆ ก่อน จึงนำมาใช้อ้างถึงได้ โดยปกติมี 2 ส่วนคือ
Primary Name Server
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักที่เก็บข้อมูลชื่อ และ IP address ของเครื่องใน โดเมนเนม นั้น หากมีการเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องใน โดเมนเนม นั้นจะทำได้ที่เครื่องนี้ เช่น ns1.optimizeserver.com
Secondary Name Server
เป็นเครื่องสำรองที่เก็บสำเนาข้อมูล และ IP address ของเครื่องใน โดเมนเนม นั้น โดยจะได้รับข้อมูลจาก Primary Name Server เช่น ns2.optimizeserver.com
Q : RSM (Reseller System Manager) คืออะไร
A : ระบบ RSM ซึ่งเป็นระบบควบคุม และจัดการ Web hosting อัตโนมัติสำหรับผู้แทนขาย (Reseller) ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีเว็บไซต์ในความดูแลหลายเว็บไซต์, Web Designner หรือท่านผู้ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเว็บโฮสต์ติ้ง (Web hosting)
ซึ่งท่านสามารถกำหนด Web hosting plan ได้ด้วยตนเอง พร้อมระบบ DNS เช่น ns1.yoursite.com, ns2.yoursite.com (IP Address จริง) ซึ่งเป็น Brand name ของท่านเอง
จุดเด่นของระบบ
เงินลงทุนไม่สูง
โดยท่านไม่ต้องลงทุน เครื่องเซิฟท์เวอร์ราคาหลักแสน /ซอฟท์แวร์จัดการระบบ และค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าหน้าที่เทคนิค ในการดูแลระบบ
ราคาเริ่มต้นไม่สูง
โดยเริ่มต้นตั้งแต่พื้นที่ 10 GB ขึ้นไป และท่านสามารถซื้อพื้นที่เพิ่มได้ตลอดเวลา
กำหนด Web hosting plan (พื้นที่และราคาขาย) ได้เอง
ไม่จำกัดโดเมนเนม (Unlimited domain name) และไม่มี Extra charge
คุณสามารถเพิ่มโดเมนเนมภายใต้พื้นที่ของ reseller account ได้โดยไม่จำกัด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม, และไม่มีค่าใช้จ่ายต่อโดเมน/ต่อ web hosting อีกต่อไป
Control panel สมบูรณ์แบบ
Free !! ระบบจัดการ Web hosting โดยท่านไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิค และไม่ได้เรียกเก็บค่าคอนโทรลพาเนล (Free control panel)
DSN ของท่านเอง (หรือNameservers ส่วนตัว)
พร้อม IP Adreess สำหรับสามารถใช้กับชื่อโดเมนของคุณ ns1.yourdomain.com และ ns2.yourdomain.com ซึ่งเป็น IP ที่ใช้เป็น DNS ในการกำหนด name server สำหรับลูกค้าของท่าน เสมือนท่านเป็นเจ้าของ Server นั้นๆ
ลูกค้าของท่านจะไม่ทราบว่า Web hosting ที่ใช้งานนั้น เป็นของ optimizeserver.com เนื่องจากชื่อบริษัท หรือเว็บไซต์ของท่านจะเป็น Brand ทั้งหมดของท่าน
Technical support พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา
ด้วยความรู้ /ความเชี่ยวชาญของทีมงาน Technical Support ในการช่วยแก้ไขปัญหาและให้คำแนะนำ และตอบคำถามให้อย่างเต็มที่ ทั้งทางโทรศัพท์และ อีเมล์
Speed, Security and Reliability ความเร็ว, ความปลอดภัยและเชื่อถือได้
Data center ของเราตั้งอยู่บนเครือข่ายที่มีเสถียรภาพ และความเร็วสูง ซึ่งรองรับได้ทั้ง การใช้งานในต่างประเทศ และในประเทศไทย
Q : ส่งเมลบนโฮสด้วย PHP
PHP Simple E-Mail
The simplest way to send an email with PHP is to send a text email.
In the example below we first declare the variables ($to, $subject, $message, $from, $headers),
then we use the variables in the mail() function to send an e-mail:
<?php
$to = "someone@example.com";
$subject = "Test mail";
$message = "Hello! This is a simple email message.";
$from = "someonelse@example.com";
$headers = "From: $from";
ini_set("sendmail_from",$from); // สำคัญมากบรรทัดนี้
mail($to,$subject,$message,$headers);
echo "Mail Sent.";
?>
|
PHP Mail Form
With PHP, you can create a feedback-form on your website.
The example below sends a text message to a specified e-mail address:
<html>
<body><?php
if (isset($_REQUEST['email']))
//if "email" is filled out, send email
{
//send email
$email = $_REQUEST['email'] ;
$subject = $_REQUEST['subject'] ;
$message = $_REQUEST['message'] ;
ini_set("sendmail_from",$email); // สำคัญมากบรรทัดนี้
mail( "someone@example.com", "Subject: $subject",
$message, "From: $email" );
echo "Thank you for using our mail form";
}
else
//if "email" is not filled out, display the form
{
echo "<form method='post' action='mailform.php'>
Email: <input name='email' type='text' /><br />
Subject: <input name='subject' type='text' /><br />
Message:<br />
<textarea name='message' rows='15' cols='40'>
</textarea><br />
<input type='submit' />
</form>";
}
?></body>
</html> |
Q : ส่งเมลบนโฮสด้วย ASP
ASP Simple E-Mail
The simplest way to send an email with ASP is to send a HTML email. <%
dim msgbody
dim cdomail
set cdomail=createobject("cdonts.newmail")
cdomail.from="someonelse@example.com"
cdomail.to=someone@example.com
cdomail.subject= "Test mail"
cdomail.body= "someonelse@example.com"
cdomail.BodyFormat=0
cdomail.MailFormat=0
cdomail.send
set cdomail=nothing
%>
|
Q : วิธีการใช้บริการเสริมของโดเมน URL Forwarding และ Email Forwarding?
หากท่านต้องการใช้บริการเสริมของโดเมน (เป็นบริการเสริมสำหรับโดเมนที่จดกับทางเราเท่านั้น)
- Url Forwarding
- Email Forwarding
- Domain Parking
1. ให้ทำการเปลี่ยน DNS ของโดเมนมาที่ ns1.dns-diy.net และ ns2.dns-diy.net
(หากไม่เปลี่ยน DNS ก่อน จะไม่สามารถใช้บริการเสริมได้)
2. หลังจาก dns ได้เปลี่ยนแล้วให้ทำการ Login เข้าระบบจัดการ ตามรายละเอียดด้านล่าง
Administrator URL: http://www.dns-diy.net/
Domain name: yourdomain.com
Password: รหัสผ่านของโดเมน (หากไม่ทราบกรุณาติดต่อทีมงาน)
|
Q : ปัญหาไม่สามารถส่งเมลจำนวนมากได้?
ทางบริษัทจำกัดจำนวนการส่งเมลที่ระบบ อยู่ที่ประมาณ 20 ฉบับ/ครั้งที่ส่งเท่านั้น
และหากมีการพยายามจะส่งเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่า 3 ครั้ง ระบบจะทำการ Block IP ของผู้ส่งเป็นเวลา 24 ชม.
เพื่อความปลอดภัยของระบบโดยรวม
เหตุผล
เนื่องมาจาก server ของทางบริษัทไม่สนับสนุนการส่งลักษณะ ประกาศโฆษณา / spam และผิดเงื่อนไขการให้บริการด้วยครับ
หากตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนเราจะปฏิบัติตามข้อสัญญา TOS ที่ระบุไว้กับผู้ส่งทันที
|
Q : ส่งเมลจาก Outlook ไม่ได้ ต้องตรวจสอบอย่างไร?
ต้องแจ้งให้ทราบเบื้องต้นก่อนการอธิบายวิธีการตั้งค่าและตรวจสอบคือ
SMTP (เซิร์ฟเวอร์จดหมายขาออก) คือ
server ที่ใช้ทำการส่งเมลของท่านออกไปยังจุดหมายปลายได้ โดยสามารถเซ็ทค่าเป็นของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ทของท่าน
หรือเราเรียกว่า "ISP" ย่อมาจาก Internet service provider เช่น True, TOT, AT&T, MaxNet, JNet
โดยค่า SMTP ของผู้ให้บริการ เช่น mxauth.truemail.co.th, mail.tot.co.th, smtp.maxnet.com เป็นต้น
ซึ่งทางลูกค้าบางรายไม่ได้ใช้ SMTP ที่ได้มาจากผู้ให้บริการ internet จึงทำให้ในบางครั้งส่งเมลออกแล้วไม่ถึงผู้รับ มีสาเหตุดังนี้
เนื่องจากทางบริษัทฯ ไม่แนะนำให้ทางผู้ใช้บริการโฮสติ้งกับทางเรา ทำการส่งเมลออก (Outgoing Mail) ผ่าน SMTP ของ server บริษัทฯ
ซึ่งที่ไม่แนะนำ เนื่องจาก อีเมลที่ส่งออกจาก Hosting server นั้นมีประสิทธิภาพในการส่งออกที่ไม่ดีนัก ไม่สามารถสู้พวก server ของทาง ISP ได้
เพราะทาง ISP จะทำการแยก server ของออกมาโดยเฉพาะไว้สำหรับการส่งเมล SMTP โดยตรง
ทางบริษัทฯ จึงได้แนะนำให้ท่านเซ็ท SMTP Outgoing เมลใน outlook เป็น ISP ของท่านเอง จะดีที่สุดและเร็วกว่า (คุณต่อเน็ทกับเค้าอยู่)
เช่น Mxauth.truemail.co.th, mail.tot.co.th , mail.cs-loxinfo.net เป็นต้น
แต่ก็ไม่ใช่ว่าท่านจะไม่สามารถส่งเมลออกผ่าน SMTP ของทางบริษัทฯ เรา ก็สามารถส่งออกได้เช่นกัน อาจจะช้ากว่าและเงื่อนไขข้อกำหนดมากกว่า
แล้วหากถามว่าแล้วจะหา SMTP มาจากไหน?
ซึ่งหากท่านใช้ Outlook ในการเช็คเมล ดังนั้นสถานที่นั้นจะต้องมี Internet อย่างแน่นอน โดยผู้ให้บริการ Internet กับท่านทุกราย
จะแถม SMTP ไว้ส่งเมลออกให้ผู้ใช้บริการทุกครั้ง
(ฟรี)
โดยหากท่านไม่เคยทราบมาก่อน กรุณาติดต่อ Call center ของผู้ให้บริการ internet ของท่านทันที
ทางเรามั่นใจว่าท่านต้องมี SMTP อย่างแน่นอน
เงื่อนไขการส่งเมลออกผ่าน SMTP ของทางบริษัทฯ มีดังนี้
ชื่อเมลผู้ส่ง กับ user/pass ของ outgoing จะต้องเป็นเมลๆ เดียวกัน
เช่น ผมใช้ sp-m@bosscorp.co.th เป็นผู้ส่ง ตรง from mail ก็ต้องใช้ชื่อนี้
และตอนกำหนดรหัสของ outgoing ต้องเป็น sp-m@bosscorp.co.th เหมือนกัน
เพื่อกันการส่ง Spam Mail เพราะลูำกค้าบางรายไม่ระบุ From Mail ของตัวเอง ปลอมชื่อขึ้นมา แล้วทำการส่งเมลรบกวนคนอื่น
เราจึงทำการล็อคไว้ โดยหากจะส่งเมลผ่านระบบเรา ท่านก็ต้องระบุเมลผู้ส่งเป็นตัวท่านเอง
|
|